ใบงานที่ 6

ความหมายของวัฒนธรรมองค์กร
วัฒนธรรมองค์กร หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่บุคคลในองค์กรหนึ่งปฏิบัติเหมือน ๆ กันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์กรนั้น เกิดจากการเชื่อมโยง ผสมผสานกันระหว่างเจตคติของบุคคล ค่านิยม ความเชื่อ ปทัสถาน และการกระทำของบุคคล ของกลุ่ม ขององค์กร นโยบายและวัตถุประสงค์ขององค์กร เทคโนโลยี สภาวะของกลุ่มความสำเร็จขององค์กร จนเป็นที่ยอมรับของบุคคลในองค์กร
ลักษณะของวัฒนธรรมองค์กร
ซึ่งมีแนวทางความคิดที่ก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรของตนเองจากลักษณะต่อไปนี้
1. เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของบุคลากรในองค์กร บริษัท ห้างร้าน สำนักงาน ฯลฯ เป็นระบบสังคมที่มีระบบที่แน่นอน
2. เป็นมรดกขององค์กร ถูกถ่ายทอดจากบุคคลรุ่นหนึ่งไปยังบุคคลอีกรุ่นหนึ่ง บุคคลอยู่ในสังคมใดก็เรียนรู้วัฒนธรรมของสังคมนั้น เป็นการสร้างความเจริญให้แก่วัฒนธรรมและสังคมมนุษย์ให้อยู่ในระดับสูงขึ้น
3. เป็นที่รวบรวมของความคิด ความเชื่อ เจตคติ ตลอดจนค่านิยมขององค์กร เพื่อตอบสนองความต้องการของบุคลากรในองค์กร
4. เป็นสิ่งที่คนในองค์กรเห็นว่ามีคุณค่าสูงสำหรับองค์กร เป็นสินทรัพย์ขององค์กรที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้
5. เป็นสิ่งที่เหมือนกระจกเงาสะท้อนให้เห็นบุคลิกภาพขององค์กร และบุคลิกภาพของบุคลากรในองค์กรในระดับมหภาค

ประเภทของวัฒนธรรมองค์กร
หากจะแบ่งประเภทของวัฒนธรรมองค์กรซึ่งถือเป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่งขององค์กร ก็จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
1. วัฒนธรรมองค์กรที่มองเห็นและจับต้องได้ เป็นสิ่งที่คนในองค์กรกำหนดให้มีขึ้น หรือจัดสร้างขึ้น หรือประดิษฐ์ขึ้นมา เช่น วัฒนธรรมการไหว้ การแต่งกาย การรับโทรศัพท์ การตกแต่งอาคารสถานที่ การติดป้าย สัญลักษณ์ หรือคำขวัญต่างๆ พิธีกรรมขององค์กร รูปปั้นและถาวรวัตถุต่างๆที่สร้างขึ้น ระบบการสื่อสารแบบต่างๆ กฎระเบียบ วิธีการทำงาน เป็นต้น
2. วัฒนธรรมองค์กรที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่คนในองค์กรรับรู้และเข้าใจร่วมกันได้ เช่น ความเป็นเจ้าของ ความเป็นระเบียบ ความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ การมีส่วนร่วม ความยุติธรรม การแสดงความคิดเห็น การช่วยเหลือกัน ความอะลุ้มอล่วย ความยืดหยุ่น ความเห็นอกเห็นใจ เป็นต้น วัฒนธรรมประเภทนี้จะเข้มแข็งหรือไม่ ขึ้นกับค่านิยม ความเชื่อ และความเข้าใจร่วมขั้นพื้นฐาน ของการประพฤติปฏิบัติที่เกิดขึ้นในองค์กร หากองค์กรมีค่านิยมความเชื่อและเข้าใจร่วมกันว่า สมาชิกในองค์กรไม่ซื่อสัตย์ เกียจคร้าน ชอบเลี่ยงงาน วัฒนธรรมองค์กรส่วนนี้ก็จะออกมาในรูปของการจับผิด การฟ้องร้อง การมีกฎระเบียบที่ควบคุมเข้มงวด ขาดการมีส่วนร่วม
วัฒนธรรมองค์กรที่มองไม่เห็นแต่รับรู้และเข้าใจร่วมกันได้ของคนในองค์กรนี้ จะมีอิทธิพลอย่างมากต่อวิถีชีวิตการทำงานของคนในองค์กร และเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้ องค์กรหนึ่งแตกต่างไปจากอีกองค์กรหนึ่ง ซึ่งองค์กรอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบวัฒนธรรมวิถีชีวิตนี้ไปได้ รวมทั้งมีผลต่อความสามารถในการต่อสู้และยืนหยัดอยู่ในกระแสโลกาภิวัฒน์ และการแข่งขันที่รุนแรงได้อย่างท้าทายและยั่งยืนอีกด้วย ดังนั้น ผู้บริหารจึงควรให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมส่วนที่จับต้องไม่ได้ และควรสร้างให้เกิดขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรต่างๆ ทั้งที่จับต้องได้และไม่ได้ โดยเฉพาะ ขวัญและกำลังใจ มาพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร
รูปแบบวัฒนธรรมองค์กร
ดังได้กล่าวแล้ววัฒนธรรมองค์กรขึ้นกับ ค่านิยม ความเชื่อ และความเข้าใจร่วมของคนในองค์กร ซึ่งมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมขององค์กร และอาจแบ่งได้เป็น 4 รูปแบบอย่างง่ายๆตามทฤษฎี “ดอกบัว 4 เหล่า” ได้แก่
1. วัฒนธรรมองค์กรแบบ “บัวใต้น้ำ” เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความมั่นคง และเสถียรภาพสูง ต้องการความถูกต้องเป็นหลัก จึงมีกฎระเบียบที่เข้มงวด มีแบบแผนชัดเจน สมาชิกปฏิบัติงานตามคำสั่ง และอยู่ในกฎระเบียบ ไม่เน้นความเจริญงอกงาม หรือแข่งขันกับผู้อื่น องค์กรประเภทนี้ได้แก่ หน่วยงานของทางราชการ ซึ่งทำธุรกิจชนิดผูกขาดไม่มีคู่แข่
2. วัฒนธรรมองค์กรแบบ “บัวกลางน้ำ” องค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบนี้ จะเน้นการทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป เจริญก้าวหน้าไปร่วมกันอย่างมั่นคง ไม่แข่งขันกับผู้อื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย เน้นการทำงานเป็นทีม มีความยืดหยุ่น มีความยุติธรรมเท่าเทียมกัน รักสามัคคี ความผูกพันของสมาชิกแน่นแฟ้นประดุจญาติพี่น้องในตระกูลเดียวกัน องค์กรประเภทนี้ได้แก่ หน่วยงานที่เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว รัฐวิสาหกิจบางแห่’
3. วัฒนธรรมองค์กรแบบ “บัวปริ่มน้ำ” เป็นองค์กรที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หวังความเจริญงอกงามมากกว่าความมีเสถียรภาพ มีการส่งเสริมและสนับสนุนทรัพยากรมนุษย์ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆที่มีความจำเป็น และหาสิ่งใหม่ๆเข้ามาในองค์กร แม้จะเน้นผลสำเร็จหรือผลประกอบการ แต่ก็ยังคำนึงถึงความมั่นคง ไม่ใช่จ่ายเกินงบประมาณหรือมากเกินไป องค์กรประเภทนี้คือ องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กส่วนใหญ่ในภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจบางแห่ง
4. วัฒนธรรมองค์กรแบบ “บัวพ้นน้ำ” องค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบบัวพ้นน้ำจะมีวิสัยทัศน์แบบเป็นหนึ่ง มุ่งเน้นการแข่งขันและผลประกอบการ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ ทำงานเป็นทีมทั้งในระดับบริหาร และระดับปฏิบัติการ การทำงานจะเป็นระบบทุกขั้นตอน สมาชิกในองค์กรเข้าใจเป้าหมาย และแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรเป็นอย่างดี มีความมุ่งมั่น คิดสร้างสรรค์ สามารถปฏิบัติงานได้โดยไม่ต้องรอคำสั่ง มีวัฒนธรรมแบบการมีส่วนร่วมในระดับสูง มีการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ มองความสำเร็จขององค์กรมากกว่าตนเองและพวกพ้อง เป็นวัฒนธรรม ที่เน้นความสำเร็จทั้งในด้านยอดขาย กำไร ส่วนแบ่งการตลาด และการตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมและชุมชน ตัวอย่างองค์กรประเภทนี้ได้แก่ องค์การมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งภาคเอกชนและราชการ
องค์กรที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันดังที่กล่าวข้างต้น ไม่ใช่แต่จะมีเป้าหมายและวิธีการทำงานที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังมีแรงจูงใจและผลตอบแทนที่แตกต่างกันอีกด้วย องค์กรวัฒนธรรมบัวพ้นน้ำจะมีแรงจูงใจสูง ค่าตอบแทนเป็นไปตามผลงานที่ทำได้ การแข่งขันและความคาดหวังจึงมากกว่าองค์กรวัฒนธรรมบัวปริ่มน้ำ ที่แรงจูงใจไม่สูง การแข่งขันไม่มาก ความผิดพลาดเป็นบทเรียน การปฏิบัติงานไม่ได้ดังเป้าหมายที่ตั้งไว้ ยังเป็นสิ่งปล่อยปละละเลย และอาจไม่มีการทบทวนได้
การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร…… คนไม่ใช่เครื่องจักร ทุกองค์กรต้องการความยั่งยืนอย่างถาวร จึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพขององค์กร ให้สามารถแข่งขันในเชิงธุรกิจ กลายเป็นองค์กร “บัวพ้นน้ำ” หลายๆองค์กรต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง พัฒนาศักยภาพของทรัพยากรต่างๆโดยเฉพาะ ทรัพยากรมนุษย์และระบบสารสนเทศ จัดให้มีการจัดฝึกอบรม ให้ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ สนับสนุนในด้านอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรต่างๆ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินกิจการองค์กรให้พัฒนามากขึ้นอย่างที่อยากจะเป็น เพราะไม่ได้พัฒนาวัฒนธรรมการทำงานให้เกิดขึ้น การบริหารและสั่งการยังเป็นในรูปของการบริหารแบบดั้งเดิม หรือแบบเถ้าแก่ พนักงานมีหน้าที่ทำตามคำสั่ง และข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการทำงาน และผลผลิตที่เกิดขึ้น ถือเสมือนคนเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรในการผลิต โดยลืมไปว่า คนในองค์กรไม่ใช่เครื่องจักร ที่จะผลิตสินค้าให้ตามที่ผู้บริหารต้องการเพียงแค่ ซื้อมา (รับเป็นพนักงาน) ให้พลังงาน (จ่ายเป็นเงินเดือน) แล้วเปิดเครื่อง (สั่งให้ทำ) หากอะไหล่เสื่อมหรือเสีย ก็ปรับเปลี่ยน (ย้ายแผนก หาคนใหม่) ซ่อมแซม (อบรม ฝึกฝน) ให้สามารถใช้งานได้ต่อไป พนักงานที่คุมเครื่อง (หัวหน้าแผนก ผู้จัดการ) ไม่ต้องคิด เพียงแค่กดปุ่มเป็นก็พอ (ถ่ายทอดคำสั่ง) แต่คนมีความคิด มีอารมณ์ โลภ โกรธ หลง มีความรู้สึกร้อนหนาว สามารถติดต่อสื่อสารได้ และมีความต้องการอีกมาก โดยเฉพาะความก้าวหน้า ความท้าทาย มีทิฐิมานะ แตกต่างจากเครื่องจักรอย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญ คนในองค์การสามารถที่จะทำให้องค์การมีความเป็นไปต่างๆนานาได้โดยที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เป็นจักรคน ไม่ใช่ จักรกล

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s